AmuletFocus.com

ประวัติพระครูวิสัยโสภณ ทิม (พระอาจารย์ทิม ธัมมธโร) วัดช้างให้ จ.ปัตตานี


฿0.00
ผู้สร้างตำนานพระเครื่องหลวงพ่อทวด
เหลือ 99 ชิ้น
  • หมวดหมู่ : หลวงปู่ทวด พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ (ทั่วไป)
  • รหัสสินค้า : 000249

รายละเอียดสินค้า ประวัติพระครูวิสัยโสภณ ทิม (พระอาจารย์ทิม ธัมมธโร) วัดช้างให้ จ.ปัตตานี

ประวัติพระเกจิ คณาจารย์ ‘พระ ครูวิสัยโสภณ’ หรือ ‘หลวงปู่ทิม ธัมมธโร’ พระเกจิอาจารย์ชื่อดังวัดช้างให้ จ.ปัตตานี เป็นผู้สร้างตำนานพระเครื่องหลวงพ่อทวด วัดช้างให้ ที่โด่งดังเป็นที่รู้จักกันทุกวันนี้
 
   
วัดช้างให้ ตั้งอยู่ที่ ต.ควนโนรี อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแล้ว กว่า 300 ปี ตามตำนานกล่าวว่า พระยา แก้มดำเจ้าเมืองไทรบุรี ต้องการหาชัยภูมิสำหรับสร้างเมืองใหม่ให้กับน้องสาว จึงได้เสี่ยงอธิษฐานปล่อยช้างให้ออกเดินทางไปในป่า โดยมีเจ้าเมืองและไพร่พลเดินติดตามไป

   จนมาถึงวันหนึ่ง ช้างได้หยุดอยู่ ณ ที่แห่งหนึ่ง แล้วร้องขึ้นสามครั้ง พระยาแก้มดำจึงได้ถือเป็นนิมิตที่ดี จะใช้บริเวณนั้นสร้างเมือง แต่น้องสาวไม่ชอบ พระยาแก้มดำ จึงให้สร้างวัด ณ บริเวณดังกล่าวแทน แล้วให้ชื่อว่า วัดช้างให้ แล้วนิมนต์พระภิกษุ รูปหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกว่า ท่านลังกา หรือ สมเด็จพะโคะ หรือหลวงพ่อทวดเหยียบน้ำทะเลจืด มาเป็นเจ้าอาวาสองค์แรก

   ทั้งนี้ พระครูวิสัยโสภณ หรือที่ชาวบ้านรู้จักกันดีในนามของ ‘พระอาจารย์ทิม’ เดิมท่านชื่อ นายทิม พรหมประดู่ เกิดเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2455 ณ บ้านนาประดู่ ต.นาประดู่ อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี เป็นบุตรของ นายอินทอง กับ นางนุ่ม พรหมประดู่ มีพี่น้องร่วมบิดามารดาเดียวกันรวม 6 คน

   เมื่อ ท่านอายุได้ 9 ขวบ บิดามารดาได้ฝากให้อยู่กับ พระครูภัทรกรณ์โกวิท ซึ่งขณะนั้นยังเป็น พระแดง ธัมมโชโต เจ้าอาวาสวัดนาประดู่ซึ่งอยู่ใกล้บ้าน เพื่อจะได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนวัดนาประดู่ ต่อมาเมื่ออายุได้ 18 ปี อาจารย์ทิมท่านได้บวชเป็นสามเณร จากนั้น พระอาจารย์ทิมก็สึกออกมาช่วยพ่อแม่ทำนา

  จนอายุได้ 20 ปี อาจารย์ทิมจึงบวชเป็นพระภิกษุที่วัดนาประดู่ โดยจำพรรษาที่วัดนาประดู่ 2 พรรษา แล้วจึงย้ายไปอยู่ที่วัดมุจลินทวาปีวิหาร อ.หนองจิก จ.ปัตตานี เพื่อศึกษาพระปริยัติธรรม

  ต่อมาก็ได้ย้ายกลับมาเป็นครูสอนพระ ปริยัติธรรมที่วัดนาประดู่ หลังจากนั้นในปี พ.ศ.2484 พระอาจารย์ทิมได้ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสที่วัดราษฎร์บูรณะ (วัดช้างให้) ซึ่งในตอนแรกยังคงไปๆ มาๆ ระหว่างวัดช้างให้กับวัดนาประดู่ ด้วยพระอาจารย์ทิมยังคงเป็นครูสอนนักธรรมอยู่ที่วัดนาประดู่ด้วย

  ช่วง ที่เกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทหารญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกที่จังหวัดปัตตานี รถไฟสายใต้จากหาดใหญ่ไปสุไหงโก-ลก ต้องขนทหารและสัมภาระผ่านหน้าวัดช้างให้วันละหลายๆ เที่ยวและหลายขบวน ทำให้ประชาชนขวัญเสียหวาดกลัวภัยสงคราม

  ท่านพระครูวิสัยโสภณ หรือ พระอาจารย์ทิม ต้องรับภาระหนัก คือต้องจัดหาอาหารและที่พักแก่ผู้ที่เดินทางผ่านวัดไม่เว้นแต่ละวัน นับเป็นผู้ทรงคุณธรรมที่มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่มาตั้งแต่ต้น

  เมื่อครั้งที่ พระอาจารย์ทิม วัดช้างให้ ท่านไปอยู่ที่วัดช้างให้ใหม่ๆ นั้น วัดช้างให้อยู่ในสภาพที่ถูกทิ้งร้างทรุดโทรม อาจารย์ทิม ท่านได้ริเริ่มตกแต่งสถูปที่บรรจุอัฐิหลวงปู่ทวดให้เป็นที่น่าเคารพบูชา

  พระครูวิสัยโสภณ ท่านได้ดำริที่จะสร้างพระอุโบสถ โดยท่านได้ร่วมกับ นายอนันต์ คณานุรักษ์ จัดสร้างพระเครื่องหลวงปู่ทวด โดยทำพิธีปลุกเสกมีพระครูวิสัยโสภณ หรือ อาจารย์ทิม วัดช้างให้ เป็นประธานในพิธีและนั่งปรก ได้เงินจากผู้มีจิตศรัทธาที่มาเช่าพระเครื่องหลวงปู่ทวดนำมาสร้างพระอุโบสถ และปรับปรุงบริเวณวัดช้างให้

  พระอาจารย์ทิม ได้เริ่มอาพาธด้วยโรคมะเร็งที่หลอดอาหารตั้งแต่ พ.ศ.2510 และมรณภาพเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน 2512

   แม้ ว่าพระครูวิสัยโสภณแห่งวัดช้างให้ได้มรณภาพไปนานแล้ว แต่สิ่งที่พระอาจารย์ทิมท่านสร้างไว้ อาทิ อุโบสถ วิหารสำหรับประดิษฐานหลวงปู่ทวด เพื่อให้พุทธศาสนิกชนมาเคารพสักการะ สถูปที่บรรจุอัฐิธาตุของหลวงปู่ทวดที่ติดกับทางรถไฟสายใต้ กุฏิสำหรับเป็นที่อาศัยของพระเณร กุฏิเจ้าอาวาสวัดช้างให้ ศาลาการเปรียญตลอดถึงวัตถุต่างๆ ที่มีอยู่ในวัดช้างให้ โรงเรียนวัดช้างให้หลังคาทรงเรือนไทยเป็นตึก 2 ชั้น ติดกับทางรถไฟหน้าวัด พระเจดีย์องค์ใหญ่ที่ตั้งเด่นตระหง่านอยู่กลางวัดช้างให้ ฯลฯ ล้วนสำเร็จด้วยความมุมานะของท่านพระครูวิสัยโสภณ หรือ พระอาจารย์ทิม